My first experience at a real traditional Thai wedding

“Embrace every moment”

December 2018

“เก็บทุกช่วงเวลา”

Less than a year ago one of my colleagues invited me and another friend to a wedding and people who knows me know I love weddings but this is not just any wedding, this was an actual traditional Thai wedding.  I was so excited to be part of such an unique experience.

Living in Thailand taught be a lot, I’ve learned a lot and also experience so many valuable things that money can’t buy.  To me it’s the little things that are the most important and the most precious to me.  My colleague that invited me to this wedding is Thai and her English is good so she explained a lot of the traditions to us.  Early morning we left Samut Sakhon and we drove almost all day and finally got to Udon Thani which is on the east of Thailand, it’s one of the most beautiful parts of Thailand.

So here is what I remember about the wedding.  It was a humid evening in Thailand and me and my friend, Doreen stayed in a hotel in Udon Thani.  I’ve met her here in Thailand and we are working at the same place.  The wedding was held in Nong Han which isn’t too far from where we have stayed but the night before the wedding all the family members go the house where the wedding will be held and will start preparing food for the next day, I didn’t see that though but just the thought of it and no complains to help, everyone just jumped in and help, that is why I love this culture so much.

The next day me and Doreen got up early, after a delicious breakfast and hot cup of coffee we started to get ready.  I’ve decided to wear traditional Thai attire, it wasn’t a must but I wanted to all in bright pink and a touch of gold, which are two of my favorite colors.  The funny part was it always looks so easy when a Thai person wrap the piece of material around their chest but its not easy so I went to look for a staff member and the housekeeping lady and one of the receptionists helped me – that was an incredible feeling and again they didn’t mind to stop whatever they were doing to help me.

Our car arrived and she drove us to the house/street where the wedding will be.  We got out and obviously we were the only foreigners there so can you imagine, they don’t really get to see a lot of foreigners so when they do its almost like being a celebrity in a good day (million pictures).

So let the fun begin, we got out of the car and joined the others by dancing in the street till we got to the house where the ceremony will be held.  Not all Thai weddings are the same but this is the one I’ve experienced.  I think this was one was quite rural and traditional, it all depends on the family and agreements.

In the Thai culture, the family of the groom negotiate beforehand with the family of the bride how much dowry (‘sinsod’) should be paid.  After this, the engagement can take place and then this also involves offering gold and gifts for the bride and her family. The groom needs to make items for the engagement and that will be placed on special trays to the family of the bride.

Then we got to the symbolic doors which is the entrance and the ceremony will start.  Most guests were sitting on the floor and then the elderly people can sit on chairs.  The bride and groom sat next to each other. Then there was an interesting part, the couple wore traditional Thai clothing and then kneel in front of the senior elder and the groom would be on the right.  The couple then “wai” as specially prepared white thread which they call “sai monkhon” then this is linked together with the bride and grooms’ heads.  The reason for that the couple’s destinies are linked but individually its retained.  The senior elder then pours sacred water over the hands of the couple. Bowls of flowers were placed underneath the hands to catch the water. The guests then bless the couple by also pouring water over the hands of the couple in the ‘rod nam sang’ ceremony.

After this they kneel in front of the elderly people and the elders gave them advice or guidance for a happy and long marriage. Here a lot of guests can give them gifts or traditional there will be a box that they can put envelopes in so guests usually give money to the couple.

thai wedding 5
Kneeling in front of elders

Then the monk came and blessed the honeymoon suite.  The idea is to bless it before the couple will actually sleep in the honeymoon suite.

After this, we went outside and had lunch.  It was a very casual & comfortable atmosphere.  Usually for the reception people would change in casual clothes and we sat on plastic chairs, had rice, chicken & vegetables as their wedding meal and had ice tea and used plastic crockery and cutlery, it was amazing.  Its all about simplicity and I think in the western cultures bridal couples fight about over what color napkins we should use and about seating charts, here none of that is important.  What I love the most is that it was detailed with all the traditions but yet so simple.

thai wedding 6
Me and my colleague, that is the one that made sure I was part of such a beautiful day

I feel extremely grateful that I’ve experienced something so extraordinary and if someone would ask me what my best of experiences or memories would be in Thailand, this wedding will definitely be one of them, that is for sure.  So if you ever get a chance to experience a traditional wedding please go, doesn’t matter if you don’t know anyone, it will be an experience of a lifetime.

Time to catch a flight, I made wonderful memories, met incredible people and learned a little more about the Thai traditions.  Thank you.

This slideshow requires JavaScript.

“เก็บทุกช่วงเวลา”

เป็นวันที่อากาศชื้นในเดือนธันวาคม 2018 เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของฉัน ได้เชิญฉันและเพื่อนอีกคนไปงานแต่งงานและคนที่รู้จักฉันก็รับทราบเรื่องนี้ ฉันรักงานแต่งงาน แต่นี่ไม่ใช่แค่งานแต่งงาน แต่เป็นงานแต่งงานแบบไทยแท้ ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบนี้

การใช้ชีวิตในประเทศไทยได้สอนอะไรฉันมากมาย ฉันได้เรียนรู้หลายสิ่งและยังได้สัมผัสกับสิ่งมีค่ามากมายที่เงินไม่สามารถซื้อได้ สำหรับฉันมันเป็นสิ่งเล็กน้อยที่สำคัญที่สุดและมีค่าที่สุดสำหรับฉัน เพื่อนร่วมงานของฉันที่เชิญฉันไปงานแต่งงานครั้งนี้เป็นคนไทยและภาษาอังกฤษของเธอดีมากเธอจึงอธิบายประเพณีต่างๆมากมายให้เราฟัง  เช้าตรู่เราออกจากสมุทรสาครขับรถเกือบทั้งวันและในที่สุดก็มาถึงอุดรธานีซึ่งอยู่ทางตะวันออกของประเทศไทยซึ่งเป็นส่วนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

นี่คือสิ่งที่ฉันจำได้เกี่ยวกับงานแต่งงาน มันเป็นช่วงเย็นที่อากาศร้อนในประเทศไทยฉันและเพื่อนของฉันที่มีชื่อว่า  Doreen ได้พักในโรงแรมในจังหวัดอุดรธานี ฉันเคยพบเธอที่นี่ในประเทศไทยและเราทำงานที่เดียวกัน งานแต่งงานจัดขึ้นที่หนองหานซึ่งไม่ไกลจากที่เราพักมากนัก แต่คืนก่อนแต่งงานสมาชิกในครอบครัวทุกคนจะไปที่บ้านที่จะจัดงานแต่งงานและจะเริ่มเตรียมอาหารสำหรับวันรุ่งขึ้นฉันไม่ได้ทำ ไม่เห็นนะ แต่เป็นเพียงแค่ความคิดที่ลอยขึ้นมาและไม่มีคำบ่นเลยซักนิดที่จะช่วย ทุกคนได้เข้ามาช่วย นั่นคือเหตุผลที่ฉันรักวัฒนธรรมนี้มาก

วันรุ่งขึ้นฉันและ Doreen ได้ตื่นเช้า หลังจากรับประทานอาหารเช้าแสนอร่อยและกาแฟร้อน เราเริ่มเตรียมตัว ฉันตัดสินใจที่จะสวมชุดไทยแบบดั้งเดิมซึ่งมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จําเป็น แต่ฉันต้องการมันทั้งหมดในสีชมพูสดใสและสัมผัสของทองคําซึ่งเป็นสองสีที่ฉันโปรดปราน ส่วนที่ตลกคือมันดูง่ายมากเมื่อคนไทยพันชิ้นส่วนของผ้ารอบหน้าอกของพวกเขา แต่มันไม่ง่ายเลย มันถือเป็นทักษะจริงๆ ☺ ดังนั้นฉันจึงไปหาพนักงานและผู้หญิงทําความสะอาดและหนึ่งในพนักงานต้อนรับก็ได้ช่วยฉัน – นั่นเป็นความรู้สึกที่น่าทึ่งและอีกครั้งพวกเขาไม่รังเกียจที่จะหยุดสิ่งที่พวกเขาทําเพื่อช่วยฉัน

รถของเรามาถึงและเธอขับรถไปที่บ้าน/ถนนที่จัดงานแต่งงาน เราออกมาและเห็นได้ชัดว่าเราเป็นชาวต่างชาติเพียงสองคนที่นั่น ดังนั้นคุณสามารถจินตนาการได้พวกเขาไม่ได้เห็นชาวต่างชาติจํานวนมาก ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็น มันเกือบจะเหมือนเป็นดาราในวันที่ดี (รูปภาพล้านภาพ)

เริ่มต้นความสนุกกันได้เลย เราลงจากรถและไปร่วมกับคนอื่น ๆ ด้วยการเต้นรำบนถนนจนไปถึงบ้านที่จะจัดพิธี  งานแต่งงานแบบไทยบางงานไม่เหมือนกัน แต่เป็นงานแต่งงานที่ฉันเคยสัมผัส ฉันคิดว่านี่เป็นแบบชนบทและแบบดั้งเดิม ทั้งหมดขึ้นอยู่กับครอบครัวและการยินยอม

ในวัฒนธรรมไทย ครอบครัวของเจ้าบ่าวจะเจรจากับครอบครัวของเจ้าสาวล่วงหน้าว่าควรจ่ายสินสอดเท่าไหร่ หลังจากนี้การหมั้นจะเกิดขึ้นได้จากนั้นก็เกี่ยวข้องกับการเสนอทองคำและของขวัญสำหรับเจ้าสาวและครอบครัวของเธอ เจ้าบ่าวจำเป็นต้องทำสิ่งของสำหรับหมั้นและจะวางบนถาดพิเศษให้กับครอบครัวของเจ้าสาว

จากนั้น เราก็ไปที่ประตูสัญลักษณ์ซึ่งเป็นทางเข้าแล้วพิธีจะเริ่มขึ้น แขกส่วนใหญ่นั่งบนพื้น จากนั้นผู้สูงอายุสามารถนั่งบนเก้าอี้ได้ เจ้าบ่าวเจ้าสาวนั่งข้างกัน จากนั้นมีส่วนที่น่าสนใจ ทั้งคู่สวมชุดไทยโบราณจากนั้นคุกเข่าต่อหน้าผู้อาวุโสและเจ้าบ่าวจะอยู่ทางขวา จากนั้นทั้งคู่ “ไหว้” ด้วยด้ายสีขาวที่เตรียมไว้เป็นพิเศษซึ่งเรียกว่า “สายมงกุฏ” จากนั้นจึงนำมาโยงเข้าด้วยกันกับหัวเจ้าสาวและเจ้าบ่าว สาเหตุที่โชคชะตาของทั้งคู่เชื่อมโยงกัน แต่ยังคงรักษาไว้เป็นรายบุคคล ผู้อาวุโสอาวุโสก็สรงน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มือของทั้งคู่ ชามดอกไม้ถูกวางไว้ใต้มือเพื่อจับน้ำ

หลังจากนั้นพวกเขาคุกเข่าต่อหน้าผู้สูงอายุและผู้อาวุโสให้คำแนะนำหรือแนวทางเพื่อชีวิตแต่งงานที่มีความสุขและยาวนาน แขกจำนวนมากสามารถให้ของขวัญแก่พวกเขาได้หรือตามธรรมเนียมแล้วจะมีกล่องที่พวกเขาสามารถใส่ซองจดหมายได้ดังนั้นแขกมักจะให้เงินกับคู่รัก

จากนั้นพระก็มาร่วมอวยพรฮันนีมูนสวีท หลักๆคือการอวยพรก่อนที่ทั้งคู่จะเข้านอนในห้องฮันนีมูนสวีท

หลังจากนี้ เราก็ออกไปข้างนอกและทานอาหารกลางวัน มันเป็นบรรยากาศสบาย ๆ และสบาย ๆ โดยปกติแล้วพนักงานต้อนรับจะเปลี่ยนเป็นชุดลำลองและเรานั่งบนเก้าอี้พลาสติกมีข้าวไก่และผักเป็นอาหารแต่งงานและมีชาน้ำแข็งและใช้ถ้วยชามพลาสติกและช้อนส้อม มันวิเศษมาก ทุกอย่างเกี่ยวกับความเรียบง่ายและฉันคิดว่าในวัฒนธรรมตะวันตกคู่บ่าวสาวไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับผ้าเช็ดปากที่เราควรใช้และเกี่ยวกับผังที่นั่ง ที่นี่ไม่มีความสำคัญเลย มันเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกัน บางครั้งฉันคิดว่าวัฒนธรรมตะวันตกสามารถเรียนรู้อะไรมากมายจากประเทศไทยโดยทั่วไป สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคือมันมีรายละเอียดเกี่ยวกับประเพณีทั้งหมด แต่ก็เรียบง่าย

ฉันรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ฉันได้สัมผัสกับสิ่งที่ไม่ธรรมดาและถ้ามีคนถามฉันว่าประสบการณ์หรือความทรงจำที่ดีที่สุดของฉันคืออะไรในประเทศไทย งานแต่งงานนี้จะต้องเป็นหนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน ดังนั้นหากคุณเคยมีโอกาสสัมผัสงานแต่งงานแบบดั้งเดิมโปรดไปเถิด ไม่ว่าคุณจะไม่รู้จักใครก็ตามมันจะเป็นประสบการณ์ไปตลอดชีวิต

ถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว ฉันได้สร้างความทรงจำที่ยอดเยี่ยม พบปะผู้คนที่น่าทึ่ง และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประเพณีไทย ขอขอบคุณ.

Uncategorized

anesadventures View All →

Hi there! My name is Ané du Preez and I am from South-Africa. I am a teacher, writer and a solo traveler. I love learning about other cultures and traditions. I love good coffee, having interesting conversations and I love traveling. This blog is to share my wonderful adventures with all of you. I’ve been discovering the gems of mother nature and its amazing people. Join me as we venture into the beauty and inspiration that is all around us. I am an advocate for all to live their life to the fullest. To travel is to live!

2 Comments Leave a comment

Leave a Reply to Amy Cancel reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: